ข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่าที่ประชุม กบน. มีมติให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าแทรกแซงเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพในช่วงที่สถานการณ์โลกตึงเครียด
สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุม กบน.
- ตรึงราคาดีเซล: คงไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร นาน 15 วัน เริ่มมีผลทันที
- เพิ่มการชดเชย: รัฐจ่ายชดเชยน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 2.77 บาทต่อลิตร
- อุ้มกลุ่มเบนซิน: ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ 0.38 – 0.70 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มคงเดิม
- ฐานะกองทุน: ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ ยังมีสถานะเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท
วิเคราะห์มาตรการพยุงราคาน้ำมันท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลาง
การตัดสินใจตรึงราคาครั้งนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกของกระทรวงพลังงานที่ต้องการ “ลดแรงกระแทก” จากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล การตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์รายวันสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับกรณีเลวร้ายที่สุดหากอุปทานน้ำมันโลกเกิดการหยุดชะงัก
ในเชิงโครงสร้างราคา การเพิ่มการชดเชยถึง 2.77 บาทต่อลิตรสำหรับดีเซล และการยอมลดรายได้จากการเก็บเงินเข้ากองทุนในกลุ่มเบนซิน เป็นการใช้กระแสเงินสดจากกองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันยังมีสถานะเป็นบวกอยู่ประมาณ 2.4 พันล้านบาท มาบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกดีดตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้ภาคขนส่งและต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ขยับตัวแรงในช่วง 2 สัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลา 15 วันที่ประกาศออกมานั้นเป็นเพียงกรอบเวลาประเมินสถานการณ์เบื้องต้น หากสงครามยืดเยื้อและราคาน้ำมันโลกยังยืนเหนือระดับปกติเป็นเวลานาน ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ที่เคยเป็นบวกอาจพลิกกลับมาติดลบได้ในอนาคตอันใกล้ นักลงทุนและผู้ประกอบการจึงควรเฝ้าระวังและวางแผนบริหารจัดการต้นทุนพลังงานเผื่อไว้สำหรับสถานการณ์หลังพ้นกำหนดการตรึงราคา
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันล่าสุด
กระทรวงพลังงานยืนยันว่าประเทศไทยมีสำรองน้ำมันเพียงพอและจะไม่ขาดแคลน โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาพยุงราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 29.94 บาทต่อลิตร และคุมราคาเบนซินให้คงที่ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีระยะเวลาปรับตัวกับวิกฤตการณ์โลก